วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

ขั้นที่ 7 Strategic Planning

ด้าน Planning ----> Strategic Planning


ความเป็นมาของการวางแผนกลยุทธ์
    การวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นเครื่องมือทางด้านการวางแผน (Planning) ในการบริหารองค์กรที่กำลังอยู่ในสภาวะการแข่งขัน หลายท่านอาจสงสัยว่าเหตุใด ในสถานการณ์เดียวกัน บางองค์กรสามารถที่จะสร้างผลกำ มีการทำานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งเอาไว้ได้ มีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม และในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูงทั้งทางด้าน การเมืองเศรษฐกิจ หรือ สังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก็ยังสามารถรับมือได้อย่างดี ในขณะที่ บางองค์กรไม่สามารถทำช่นเดียวกันได้ กลับต้องล้มตัวปิดกิจการลงเมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ในแต่ละองค์กรย่อมต้องมีการเตรียมการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขันเป้าหมายของบทความนี้มีความต้องการที่จะนำสนอการวิเคราะห์ กระบวนการ และ ปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อการวางแผนกลยุทธ์ แต่ละองค์กรนั้นจำเป็นที่จะต้องเลือกกลยุทธ์ และ แนวทางในการวางแผนที่ถูกต้อง และเลือกแผนที่ถูกต้องนั้นในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งบทความนี้ จะได้นำจจัยและความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ในการนำปคิดค้นการวางแผนกลยุทธ์ภายในองค์กร โดยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของด้วยการ วิเคราะห์ การมีความยืดหยุ่นของแผนงาน การวางแผน และ ประสิทธิภาพขององค์กร (Almani and Ghanbarinejad, 2011)

 
การวางแผนกลยุทธ์ คืออะไร
    การวางแผนกลยุทธ์นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงานขององค์กรในระยะยาวโดยเป็นแผนงานที่ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองแนวคิดและนโยบายของผู้บริหารองค์กรการวางแผนกลยุทธ์ควรเป็นแผนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถนำไปปฎิบัติได้จริงและประเมิณผลได้เพื่อสามารถนำปปรับปรุงแผนงานให้ดีขึ้นได้ในอนาคตความคิด ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ และความต้องการของผู้ที่กำลังพัฒนาองค์กรจะสะท้อนออกมาให้เห็นได้จากการวางแผนองค์กร เพื่อให้เห็นถึงจุดมุ่งหมาย และเป้าประสงค์ของผู้นำองค์กรเหล่านั้น การพัฒนาการวางแผนกลยุทธ์นั้นควรจะได้รับการตรวจสอบ สนทนาและวัดผลจากผู้นำองค์กรที่รับผิดชอบการเตรียมแผนงานนั้นๆ (Pfeiffer, 1984)
 
องค์ประกอบของการวางแผนกลยุทธ์
    แนวคิดของHarrisและOgbonnaได้แสดงถึงองค์ประกอบที่เป็นตัวแปรที่สำคัญของการวางแผนกลยุทธ์ให้ประสบผลสำเร็จ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ
1. องค์ประกอบทางด้านการบริหารจัดการ (Management Characteristic)
2. องค์ประกอบด้าน ความคิดสร้างสรรค์ขององค์กร (Firm Dynamics)
3. องค์ประกอบด้านสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อองค์กร (Environmental Factors)


 




ขั้นที่ 6 Framework Management Tool Box

   เรามาทำความรู้จักกับ Framework Management Tool Box กัน

ด้าน Planning
   ๐  Strategic Planning                      ๐ Alternatives (Tows, BCG, SPACE, GE, GRAND)
   ๐  SWOT Analysis                         ๐ Product Life Cycle
   ๐  Five Forces Analysis                  ๐ Project Management
   ๐ Value Chain Analysis                  ๐ Benchmarking
   ๐ Industry Analysis
   ๐ Stakeholder Analysis
   ๐ Strategic Matrix

ด้าน Organizing
   ๐ Core Competency                     ๐  Knowledge Management
   ๐ HRM                                         ๐  Learning Organization
   ๐ Re-engineering                         ๐  E-learning
   ๐ Mass Customer/Customer        ๐  5'S
      Relationship Management        ๐  Six Sigma
   ๐ Corporate Social                       ๐  TQM
      Responsibility                           ๐  PMQA
   ๐ Corporate Governance

ด้าน Leading
   ๐ 7'S Framework                         ๐ Change Management
   ๐ Strategic Thinking                    ๐ Blueprint for Change
   ๐ Brainstorming                           ๐ Outsourcing
   ๐ Communication                        ๐ Risk Management
   ๐ Networking                               ๐ PDCA
   ๐ Visioning                                  ๐ Value Based Mangement
   ๐ Leadership

ด้าน Controlling
   ๐ EVA
   ๐ ABC
   ๐ KPI, CSF
   ๐ Performance Management
   ๐ Performance Prism

ขั้นที่ 5 The relationship between flexibility, strategic planning and organizational performance.


Source : (Rudd et al, 2008)
 
Fig.5 : The relationship between flexibility, strategic planning and organizational performance.
 
          ความสัมพันธ์ระหว่างความยืดหยุ่น การวางแผนกลยุทธ์ และการวัดผลองค์กรความยืดหยุ่นหมายถึงอะไรก็ตามที่เป็นขอบเขตใหม่และทางเลือกการตัดสินใจถูกใช้ระหว่างการวางแผนกลยุทธ์และเป็นขอบเขตที่มีความยืดหยุ่นก็จะเป็นโอกาสทางบวกต่อองค์กรและทำให้องค์กรสามารถปรับตัวขององค์กรกับสภาพแวดล้อมและความเคลื่อนไหวของสภาพแวดล้อม (Daft, 2009; Rudd et al,2008; Combe and Greenley, 2004; Grewal and Tansuhaj, 2001)



วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ขั้นที่ 4 QSPM : Quantitative Strategic Matrix


                                                                                                   Source : (David, 2003)

                                                   Fig. 4 : QSPM : Quantitative Strategic Matrix      

การใช้กลยุทธ์ให้เกิดผล (Strategy Implementation)

           หลังจากกำหนดกลยุทธ์แล้วมักจะมีการกำหนดโปรแแกรมตามมา การกำหนดกลยุทธ์ที่ดีต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้ สำหรับการนำกลยุทธ์ไปใช้ให้เกิดผลควรทำตามเครื่องมือดังต่อไปนี้

          - โครงสร้างองค์กรควรมีอยู่ในกลยุทธ์
          - ความร่วมมือทางด้านทักษะ ทรัพยากร และความสามารถองค์กรควรอยู่ในระดับสำคัญ
          - ออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้อยู่ในกลยุทธ์ใหม่ขององค์กรด้วย
          - ความร่วมมือและเห็นอกเห็นใจของผู้จัดการและลูกจ้างของแต่ละแผนกและหน่วยงานขององค์กร (Rezaian, 2008)

ขั้นที่ 3 The five competitive forces that shape strategy.

                                                                                                                                                                        Source: (Porter, 2008).
Fig 3 : The five competitive forces that shape strategy. 

 

หลังจากองค์กร/ธุรกิจ ทำการวิเคราห์ ประเมินผลสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกธุรกิจ การกำหนดทางเลือก กำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์กร สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขัน สาระสำคัญของการกำหนดกลยุทธ์คือ จะต้องกำหนดกิจกรรมให้ครอบคลุมในส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตขององค์กร/ธุรกิจ

 

การประเมินสภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

1.         อำนาจของผู้ซื้อ (Buyer Power) : ใครเป็นผู้ซื้อในตลาด หากมีผู้ซื้อหลายรายและเราเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ก็ย่อมมีอำนาจในการต่อรองราคาได้

2.         อำนาจของผู้ขาย (Seller Power) : มีใครบ้างที่เป็นผู้ขายในตลาด หากมีผู้ขายเพียงรายเดียว เราย่อมเสีย เปรียบ แต่ถ้ามีผู้ขายหลายรานเราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกผู้ขาย และสามารถต่อรองราคาได้

3.         สินค้าทดแทน (Substitution) : การซื้อสินค้า หากมีสินค้าที่สามารถทดแทนกันได้ ส่งผลให้เกิดอำนาจต่อรองทันที สามารถเลือซื้อสินค้าที่มีราคาถูกว่ามาใช้ทดแทนกันได้ ช่วยลดต้นทุนการผลิต

4.         คู่แข่งขัน (Rivarly) : ดูว่าคู่แข่งขันของเรามีจำนวนมากน้อยเพียงไร หากมีน้อยเราย่อมได้เปรียบ เพราะยังไงผู้ขายก็ต้องขายสินค้าให้กับเรา

5.         อุปสรรค์ของคู่แข่งขันรายใหม่ (Entry Barriers) : การวิเคราะห์ว่าธุรกิจที่เราทำอยู่นั้นมีโอกาสที่จะเกิดคู่แข่งขันรายใหม่หรือไม่ เพราะหากมีนั่นหมายถึงอำนาจในการตจ่อรองที่เรามีอยู่อาจลดลง

 

ขั้นที่ 2 Steps of strategic planning process


ขั้นตอนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Steps of Strategic Planning Process)

มี 6 ขั้นตอน สำหรับกระบวนการการวางแผน ดังที่แสดงในรูปที่ 2 ละคำอธิบาย

1.         วิสัยทัศน์ในการกำหนดองค์กร (Formuulating Organization’s Mission)

โดยธรรมชาติของธุรกิจมักจะแสดงให้เห็นในลักษณะของวิสัยยทัศน์บริษัท รวมไปถึงวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ตัวอย่างเช่น กาออกแบบ พัฒนา การผลิตและตลาดที่ระบุ Product Lines สำหรับการขายตามรูปแบบที่แน่นอน เพื่อให้ตรงกับความต้องการกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยทางช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมตามพื้นที่ภูมิภาค

(Hosseine-Nasab, 2011) ส่วนวิสัยทัศน์ของทุกองค์กรก็จะเป็นเหตุผลหลักสำหรับการสร้างและก่อตั้งองค์กรและเป็นตัวแทนของปรัชญาที่คงอยู่ขององค์กร (Rezaian, 2008) วิสัยทัศน์ขององค์กรจะเป็นตัวตัดสินวัตถุประสงค์และกิจกรรมที่สำคัญในอนาคตขององค์กร ดังนั้นวิสัยทัศน์เป็นวัตถุประสงค์พื้นฐานที่เป็นเอกลักษณ์ที่จะแบ่งแยกองค์กรออกจากองค์กรอื่นๆและเป็นตัวตัดสินขอบเขตของการปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและการตลาด พื้นฐานของแต่ละวิสัยทัศน์ควรจะทำให้เสร็จในแนวทางของคุณค่าและกลยุทธ์การตัดสินใจทางการตลาดและความพึงพอใจก็จะตามมา (Pearce&Robinson,2009)
  



                                                                                                                         Source: (Rezaian, 2008).

Fig 2 : Steps of strategic planning process

 

ถ้าหากผู้จัดการได้กำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรไว้แน่ชัดแล้ว ก็สามารถเลือกและใช้กลยุทธ์เพื่อนำไปสู่การคงอยู่และความเป็นหนึ่งเดียวของเหล่าสมาชิกขององค์กร (Rezaian,2008)
 
2.         การตั้งเป้าหมาย (เป้าหมายหลักและเจาะจง) Goal Setting (Main and Specific)
หลังจากได้กำหนดวิสัยทัศน์องค์กรแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ในขั้นตอนนี้ การทำให้ชัดเจนและการให้เป้าหมายที่ระบุช่วงเวลาที่แน่ชัดจึงถูกระบุขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทางให้บรรลุเป้าหมายและเข้าใจวิสัยทัศน์องค์กร พึงระลึกไว้ที่เป้าหมายนี้จะถูกใช้เป็นพื้นฐานของการวางแผน นโยบายการตลาดและการจัดตั้งมาตรฐานการวัดผล และให้พนักงานนำไปปฏิบัติในองค์กรได้ (Rezaian,2008) ดังนั้นแล้วส่วนสำคัญของกระบวนการการวางแผนก็จะอยู่ในตามเข้าใจที่จะทำอย่างไรเพื่อให้วัตถุประสงค์นโยบายและแผนการเข้ากันได้อย่างลงตัว (Papke-Shields et al, 2006)
3.         การประเมินค่าของทรัพยากรองค์กรโอกาส สภาพแวดล้อมและอุปสรรค (Evaluation of Organization Resources & Environmental Opproturities and Threats )
ขั้นตอนต่อไปของการวางแผนกลยุทธ์ ก็คือ การระบุจุดอ่อน จุดแข่ง ขององค์กรเปรียบเทียบกับองค์กรอื่นๆและระบุความเสี่ยงและอุปสรรคเปรียบเทียบกับโอกาสที่เป็นไปได้ ในความเป็นจริงแล้ว กลยุทธ์ขององค์กรที่มีประสิทธิภาพจะมีผลกระทบจากปัจจัยที่เกิดขึ้นในสภาพภายในและสภาพภายนอกขององค์กร เมื่อมีแนวทางที่เป็นประโยชน์สำหรับเลือกให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ที่เรียกว่าเทคนิค “SWOT” ที่คิดค้นจาก Anderson ในปี 1980 เทคนิคนี้จะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ (Rezaian, 2008)
               SWOT เป็นชื่อย่อมาจากจุดอ่อน จุดแข็ง ภายในองค์กรหรือบริษัทและโอกาส อุปสรรค จากสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร การวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง เป็นการระบุอย่างเป็นขั้นตอนจากปัจจัยและกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะสะท้อนให้เห็นจากการรวมกันอย่างดีของปัจจัยเหล่านี้ การวิเคราะห์นี้จะขึ้นอยู่กับความเป็นเหตุเป็นผลที่ส่งผลต่อกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งจุดแข็งและโอกาส ในขณะที่ลดจุดอ่อนและอุปสรรคของมัน (Pearce & Robinson, 2009)
4.          การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy formulation)
เป็นสิ่งที่องค์กร หรือกิจการ กำหนดขึ้นเพื่อสร้างเครื่องมือ แผนการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์หรือเป้าหมาย ในการกำหนดกลยุทธ์นั้นต้องสอดคล้องกับความสามารถขององค์กร ควรกำหนดให้ทีความท้าทายและตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกองค์กร
5.         การดำเนินการหรือปฏิบัติตามกลยุทธ์ (Strategy implementation through operational program)
เป็นการนำกลยุทธ์ หรือแผนงานที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 4 มาปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขององค์กร การดำเนินงานตามแผนดังกล่าวอาจส่งผลดีหรือผลเสียต่อองค์กร ขึ้นอยู่กับการร่วมแรงรวมใจของบุคลากร การสื่อสาร หรือสิ่งสนับสนุนต่างๆ ที่เอื้อต่อการดำเนินงาน
6.         การประเมินผลกลยุทธ์ (Evaluating and choosing alternative strategy)
เป็นขั้นตอนการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่องค์กร หรือกิจการกำหนด ว่าบรรลุตามเป้าหมายตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่ ตลอดจนปัญหา หรืออุปสรรค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน และนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุง ในการกำหนดทิศทางหรือการจัดทำแผนขององค์กรต่อไป

 

              

 

 

 


 
 
 
 

 

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ขั้นที่ 1 Factors associated with the successful of strategic planning


The Antecedents of Strategic Planning Initiation

เบื้องต้น ต้องขอยกเครดิตทฤษฎีให้กับ Harris and Ogbonna, 2006 ก่อนนะครับ

 


Source : (Harris and Ogbonna, 2006)

 

Fig. 1 Factors associated with the successful of strategic planning

 

          ในการเริ่มต้นวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้น มีการขับเคลื่อนประกอบไปด้วย 8 ปัจจัยด้วยกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

- Management Characteristics

- Firm Dynamics

- Environmental Factor

 1.         Management Characteristics (ลักษณะของการบริหารจัดการ) ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ดังนี้
            -   Long-term Orientation
                      ในการวางแผนการบริหารจัดการขององค์กร หากองค์กรจะมุ่งเน้นในการวางแผนระยะสั้นหรือระยะยาวนั้น องค์กรควรให้ความสำคัญกับการวางแผนในระยะยาวมากกว่าการวางแผนในระยะสั้น เพื่อประสบความความสำเร็จตรงตามเป้าหมายและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อไปในอนาคต  
            -    Perception of past Success 
                  การทบทวนผลการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมา นำมาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์ต่อไป
              2.         Firm Dybamics (ลักษณะของธุรกิจ) ประกอบด้วย 3 ปัจจัย ดังนี้
            - Comppettitor Orientation : ในการเข้ามาของคู่แข่งขันนั้น องค์กรไม่เพียงแต่จะทราบถึงจุดแข็งจุดอ่อนของภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว จะต้องรู้จักใช้เทคนิคและความสามารถในการแข่งขัน เพื่อนำไปสู่การวางแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์ที่ดีกว่า
            - Cultural Entrenchment : การสร้างวัฒนธรรมในการทำงาน เป็นสิ่งที่องค์กรมุ่งเน้นที่จะดำเนินการ เพื่อให้มีเกิดการร่วมมือและสร้างความเข้มแข็งขององค์กร หากกำหนดทิศทางขององค์กรไม่ชัดเจนแล้วก็จะส่งผลต่อการวางแผนได้เช่นกัน
             - Resource Richness : ความมั่งมีของทรัพยากรของบริษัท เป็นปัจจัยที่ช่วยในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของบริษัท ส่วนใหญ่องค์กรจะมุ่งให้ความสำคัญไปที่เรื่องของการจัดการทางการเงิน การบริหารจัดการเวลา ซึ่งต้องมีมากพอในช่วงเริ่มต้นก่อนการวางแผนที่ต้องสอดคล้องกับผลการดำเนินงานและผลกำไรอย่างต่อเนื่อง
             - Anti-planning Political Behavior : นโยบายทางการเมือง เป็นอีกปัจจัยที่หากมีการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความขัดแย้ง อาจส่งผลให้แผนการหยุดชะงัก ไม่เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร

           3. Envirinmental Factor  (ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม) ประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือ
            - Competitive Intensity : ความหนาแน่นในการแข่งขัน เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการวางแผนที่ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูล แสวงหาโอกาสทางการแข่งขัน และหาเงื่อนไขที่ดีกว่า เพื่อนำมาวางแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์ที่เหนือคู่แข่งขัน
            - Industry-wide Mindset : เปิดกว้างทางความคิดหรือเปิดรับสิ่งใหม่ ถือเป็นการสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างที่ไกลตัวเรามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กร เป็นการลงทุนที่น้อยแต่สามารถสร้างความเข้มเเข็งให้กับองค์กรนำมาซึ่งการวางแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์